รัฐบาลย้ำญี่ปุ่นพร้อมส่งเสริมลงทุนในไทย

นายกฯต้อนรับรมว.เศรษฐกิจพร้อมนักลงทุนญี่ปุ่น ย้ำส่งเสริมการลงทุนในไทย ออกกม.หนุน การเมืองเปลี่ยนไม่กระทบ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้การต้อนรับนายฮิโรชิเกะ เซโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรม พร้อมด้วยหน่วยงานด้านเศรษฐกิจและคณะนักลงทุนรายใหญ่กว่า 563 คนจากประเทศญี่ปุ่น เนื่องในโอกาสครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น โดยการพบกันครั้งนี้ ไทยมุ่งหวังที่จะผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 สู่ความร่วมมือการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ ต่อเนื่องถึงการส่งเสริมการเปิดเสรีการค้าและการลงทุน รวมถึงการพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายและผู้ประกอบการ smes ตลอดจนยกระดับพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC) ให้มีจุดเด่นด้านนวัตกรรมและความทันสมัยมากยิ่งขึ้น

โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 130 ปีความเป็นโอกาสดีที่ได้นำนักธุรกิจแถวหน้าของญี่ปุ่นมาร่วมงานในครั้งนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นและเป็นปึกแผ่น และหวังอย่างยิ่งว่าจะประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมระดับสูงให้เกิดขึ้นในประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น

ขณะที่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นที่มีโอกาสได้ต้อนรับคณะนักธุรกิจใหญ่มากขนาดนี้ และขอยืนยันด้วยหัวใจเพื่อให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะทำทุกอย่างเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุนในประเทศไทยอย่างดีที่สุด พร้อมขอบคุณอย่างยิ่งที่ให้เกียรติ และเห็นถึงความสำคัญของไทย ใช้เวลาลงพื้นที่ EEC ถึง 3 วัน ซึ่งที่ผ่านมาญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ช่วยผลักดันให้ไทยเจริญก้าวหน้าพัฒนามาจนถึงทุกวันนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าญี่ปุ่นจะร่วมมือกับไทยอีกครั้งในโอกาสสำคัญนี้

“ในช่วงเวลาประเทศไทยมีเสถียรภาพมากที่สุดเท่าที่เคยมี เพราะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไม่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน เพราะออกเป็นกฎหมายให้ต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องอยู่แล้ว รัฐบาลยืนยันเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 4 โครงการหลักที่จะเริ่มต้นปลายปีนี้ โดยมุ่งหวังว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญให้นักลงทุนญี่ปุ่นตัดสินใจลงทุนในพื้นที่ EEC เร็วยิ่งขึ้น และเริ่มต้นดำเนินการได้ในช่วงปลายปี 2560 หรือ 2561นี้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี ได้ตอบคำถามนักลงทุนญี่ปุ่น 3 ข้อ เรื่องความคาดหวังที่ไทยมีต่อญี่ปุ่น ว่า ไทยหวังให้เกิดความร่วมมือและความเชื่อมั่นระหว่างกัน โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนด้านเทคโนโลยี ความรู้ และการพัฒนาด้านนวัตกรรมสมัยใหม่ ส่วนความต่อเนื่องในการพัฒนาพื้นที่ EEC รัฐบาลได้ออกเป็นกฎหมาย เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งระยะกลางและระยะยาว เพราะทราบดีว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนญี่ปุ่น

นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามเกี่ยวกับความคาดหวังที่ไทยต้องการจาก SMEs ญี่ปุ่น ว่า มุ่งหวังให้เกิดความเชื่อมโยง เป็นห่วงโซ่แลกเปลี่ยน ความรู้ ข้อมูล และวิธีการค้า เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งระหว่าง SMEs ทั้งสองประเทศ.-สำนักข่าวไทย