ขสมก. ชี้แจง กรณี รฟม. ไล่บี้ เคลียร์รถเบสท์รินท์ ออกจากพื้นที่

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ขอให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เคลื่อนย้ายรถโดยสารออกจากพื้นที่ของ รฟม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)ได้ส่งเอกสารข่าวชี้แจงต่อสื่อมวลชน ตามที่สื่อโซเชียลได้ตีพิมพ์ข้อความ พาดหัวข่าว “รฟม.

สุดทนพึ่งอัยการฟ้อง ขสมก. ย้ายรถ NGV พ้นเดปโป้พระราม 9” เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้มีหนังสือที่ รฟม. 014/3132 เรื่อง ขอให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เร่งรัดเคลื่อนย้ายรถโดยสารออกจากพื้นที่ของ รฟม. เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 นั้น

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขอเรียนชี้แจง ในหลายประเด็น คือ 1. เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2559 องค์การได้มีหนังสือขอใช้พื้นที่ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริเวณลานจอดรถ SV 6 เพื่อจอดรถยนต์โดยสารประมาณ 300 คันในการติดตั้ง GPS ซึ่งมีกำหนดระยะเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2559 (ครบกำหนดวันที่ 14 มกราคม 2560)

2. เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2560 องค์การมีหนังสือบอกเลิกสัญญากับบริษัท เบสท์รินท์ กรุ๊ป จำกัด ให้ชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามสัญญา

3. องค์การมีหนังสือแจ้งให้บริษัท เบสท์รินท์ฯ ย้ายรถยนต์ออกจากพื้นที่ รฟม. เนื่องจาก รฟม. ต้องส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) จำนวน 4 ฉบับ คือ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2560,วันที่ 14 มิถุนายน 2560 วันที่ 28 มิถุนายน 2560 และวันที่ 7 กันยายน 2560 แต่บริษัทฯ แจ้งว่าไม่อาจย้ายรถยนต์โดยสารออกจากพื้นที่ รฟม.ได้ เนื่องจากได้โอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์โดยสารเป็นขององค์การแล้ว และมีคดีพิพาทอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง จึงต้องให้ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดก่อน ดังนั้น เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 องค์การจึงได้มีหนังสือแจ้งยืนยันให้บริษัทฯ ย้ายรถยนต์โดยสารออกจากพื้นที่ รฟม. อีกครั้ง

4. องค์การเห็นว่า เพื่อให้ได้ข้อยุติการย้ายรถยนต์โดยสารออกจากพื้นที่ รฟม. จึงนัดประชุม 3 ฝ่าย ระหว่าง องค์การ บริษัทเบสท์รินฯ และ รฟม. เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2560 และวันที่ 10 ตุลาคม 2560 โดยในการประชุมดังกล่าว ไม่เป็นผล เพราะบริษัทฯ ไม่ยินยอมย้ายรถยนต์โดยสารออกจากพื้นที่ รฟม.

5. รฟม. แจ้งประมาณการกรณีส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับเหมาก่อสร้างล่าช้า อาจมีค่าเสียหายประมาณ 166,666.66 บาท หรือเดือนละ 500,000 บาท และให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่า แจ้งให้องค์การย้ายรถยนต์โดยสาร จำนวน 83 คัน ออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 12 ตุลาคม 2560 แล้ว เนื่องจากต้องส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งตามกำหนดต้องส่งมอบตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 อีกทั้ง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้สอบถามการใช้พื้นที่มายัง รฟม.โดยแจ้งว่าอาจจะต้องมีการเก็บค่าเช่าจากองค์การอีกด้วย

6. องค์การได้มีหนังสือที่ ขสมก. 1893/2560ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 เรื่อง การย้ายรถโดยสารออกจากพื้นที่ของ รฟม. เรียน ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ให้ทราบว่าองค์การได้ยื่นคำร้องขอไต่สวนคดีหมายเลขดำที่ 502,955/2560 คดีระหว่าง บริษัทเบสท์รินฯ ผู้ฟ้องคดี- องค์การ ผู้ถูกฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้ไต่สวนหรือมีคำสั่งให้ บริษัท เบสท์รินฯ (ผู้ฟ้องคดี) ขนย้ายรถยนต์โดยสารปรับอากาศ NGV จำนวน 83 คัน ออกจากพื้นที่ของ รฟม. เพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลางและศาลปกครองกลางยังไม่มีคำสั่งแต่อย่างใด ซึ่งหาก รฟม.ประสงค์จะฟ้องคดีกับบริษัท เบทส์รินฯ องค์การยินดีให้ความร่วมมือด้านข้อมูลเอกสารรวมถึงบุคลากรด้านกฎหมาย.

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สำนักข่าวไทย.